แถลงผลประกอบการ
ประจำไตรมาส 3 ปี 2559
17 พฤศจิกายน 2559 เวลา 15.00 น.
  Print This   Email This  

  อีเมล์รับข่าวสาร

หากคุณต้องการรับข่าวสารจากทางบริษัท
 นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ดาวน์โหลด : นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี หมายถึง กระบวนการและโครงสร้างที่ควบคุมธุรกิจและกิจการของบริษัท เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยการปรับปรุงการประกอบการของบริษัทและความสามารถในการรับผิดชอบของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น คณะกรรมการของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จึงได้ปรับปรุงเอาแนวทางปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาปรับใช้ในบริษัทต่อไป

แนวทางปฏิบัติควรสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งพันธะทางสัญญาที่ได้กำหนดไว้ในนโยบาย นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทจะทบทวนแนวทางปฏิบัติและปรับเปลี่ยนในบางกรณีเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์บริษัท และประโยชน์สูงสุดที่บริษัทควรจะได้รับ

นโยบายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการตระหนักและให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้น ตลอดจนการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม

  1. การประชุมผู้ถือหุ้น
    • บริษัทแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบถึง
      - ข้อมูล
      - วัน เวลา สถานที่ และ
      - วาระการประชุม ตลอดจนข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้อง ตัดสินใจในที่ประชุมรวมตลอดถึงสาเหตุและความเป็นมาของเรื่อง ที่ต้องตัดสินใจ และ
      - กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม และขั้นตอนการออกเสียงลงมติ
      โดยให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าให้มากที่สุดเท่าที่กฎหมายจะยินยอมให้ทำได้อย่างเพียงพอและทันเวลา ในเอกสารเชิญประชุม โดยเน้นรายละเอียดให้ผู้อ่านที่ไม่ทราบถึงความเป็นมาของเรื่องนั้น ๆ มาก่อนสามารถเข้าใจเรื่องได้โดยง่าย
    • บริษัทเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นไว้ใน Website ของบริษัทเป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะจัดส่งเอกสาร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้าอย่างเพียงพอ
    • บริษัทจะละเว้นการกระทำใดๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสของผู้ถือหุ้น ในการศึกษาสารสนเทศของการประชุมผู้ถือหุ้น
    • บริษัทอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาและผู้ถือหุ้นประเภทสถาบัน ให้ได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงอย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ให้มีวิธีการที่ยุ่งยาก ตลอดจนละเว้นการกระทำใดๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้น
    • ประธานที่ประชุมจัดสรรเวลาให้เหมาะสมและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสในการแสดงความเห็นและตั้งคำถามต่อที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
    • บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าก่อนวันประชุมสามัญประจำปี โดยให้ส่งคำถามภายในเดือนมกราคม เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา
    • บริษัทอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมด้วยตนเอง สามารถใช้สิทธิออกเสียงโดยมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงลงมติแทน
    • บริษัทอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในการเสนอเพิ่มวาระการประชุม
    • คณะกรรมการมีการกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนเป็นการล่วงหน้าเพื่อพิจารณาว่าจะเพิ่มวาระที่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอหรือไม่
    • บริษัทขอให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารละเว้นการเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งเป็นการล่วงหน้าในทุกกรณี ถ้าหากมีวาระเพิ่มเติมที่จำเป็นก็จะขอให้ทำการจัดการประชุมใหม่เพื่อวาระดังกล่าว เพื่อให้ผู้ถือหุ้นอื่น ๆ สามารถมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
    • บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยให้เสนอชื่อผ่านคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ พิจารณาล่วงหน้า ภายในเดือนมกราคมพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติ
    • บริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้หนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้และเสนอชื่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งเป็นกรรมการอิสระเป็นทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น
    • บริษัทใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระที่สำคัญทุกกรณีเพื่อความโปร่งใสและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะได้ตรวจสอบได้ในกรณีมีข้อโต้แย้งในภายหลัง
    • บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการเป็นรายคน
  2. การกำกับดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน
    บริษัทมีการกำกับดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน โดยกำหนดข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายในเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ไว้ในคุณธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน ควบคู่กับการใช้มาตรการตามกฎหมายในการดูแลผู้บริหารในการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง กำหนดเป็นหลักให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการที่ต้องเก็บรักษาสารสนเทศที่สำคัญที่ยังไม่ได้เปิดเผยไว้เป็นความลับ โดยจำกัดให้รับรู้ได้เฉพาะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องเท่านั้น นอกจากนี้ ในการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัท กรรมการและผู้บริหารต้องแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ภายในเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้กับบริษัท เพื่อเก็บเป็นหลักฐานและรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้

  • กำกับดูแลการดำเนินกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง ความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น และเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และ ทันเวลา
  • อนุมัติวิสัยทัศน์ แผนยุทธศาสตร์ พันธกิจ แผนการธุรกิจ และ เป้าหมายทางการเงิน รวมทั้งติดตามดูแลให้มีการนำเรื่องดังกล่าวไปปฏิบัติ
  • ประเมินผลการดำเนินการของบริษัทและผลการปฏิบัติงานของประธานคณะผู้บริหาร
  • ดูแลให้เกิดความมั่นใจในการรับช่วงบริหารงานของสมาชิกระดับสูงในฝ่ายจัดการ
  • ดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายที่เกี่ยวกับจริยธรรมทางธุรกิจ รวมทั้งคุณธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน ข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูล ข้อกำหนดของการเข้าทำรายการระหว่างกันตลอดจนข้อกำหนดการใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยยึดหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
  • ดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี การจัดการความเสี่ยง ตลอดจนระบบการควบคุมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ดูแลให้มีกลไกในการรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการกรณีมีการชี้เบาะแส
  • เสนอชื่อผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทต่อผู้ถือหุ้น
นอกจากนี้ กรรมการแต่ละคนควรวางตัวเป็นกลางในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่ตนหรือผู้ถือหุ้นที่แต่งตั้งตนเป็นกรรมการ มีส่วนได้เสีย มิฉะนั้น กรรมการผู้นั้นอาจถูกตั้งข้อสงสัยได้

องค์ประกอบและการเลือกสรรคณะกรรมการบริษัท
  1. องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
    คณะกรรมการบริษัทควรประกอบด้วยกรรมการที่มีประสบการณ์หรือความรู้อย่างกว้างขวางในสาขาต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง เช่น การบัญชี การเงิน การจัดการ ธุรกิจการสื่อสาร และการวางแผนกลยุทธ์ เป็นต้น
  2. การเลือกสรรกรรมการบริษัท
    คณะกรรมการบริษัทหรือกรรมการบริษัทคนใดคนหนึ่งอาจจะเสนอบุคคลเข้ารับคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทได้ คณะกรรมการบริษัทจะแนะนำบุคคลดังกล่าวเพื่อให้ผู้ถือหุ้นคัดเลือกคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการจะเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้นั้นก่อนที่จะเสนอต่อผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นจะพิจารณาเลือกสรรให้สอดคล้องกับภาระผูกพันที่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นหลักมีต่อบุคคลที่จะเข้ารับการคัดเลือก รวมทั้งจะคำนึงถึงสัญญาที่บริษัทมีต่อผู้ถือหุ้นอีกด้วย
  3. มาตรฐานในการเลือกสรรกรรมการบริษัท
    บุคคลผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเข้าเป็นกรรมการบริษัทนั้น จะได้รับการคัดเลือกโดยพิจารณาจากคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    • ประสบการณ์
    • ความรู้
    • ความซื่อสัตย์ และ
    • ความเข้าใจในภาพรวมด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุตสาหกรรมประเภทนี้
    • สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี อาจต้องมีการเลือกสรรกรรมการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นซึ่งมีส่วนได้เสียอย่างมีนัยสำคัญในบริษัท เนื่องจากเป็นข้อผูกพันตามสัญญาว่าผู้ถือหุ้นดังกล่าวจะต้องมีตัวแทนเข้าเป็นกรรมการในบริษัท
  4. กรรมการอิสระ และ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
    เมื่อคณะกรรมการบริษัทเสนอบุคคลที่จะเข้ารับคัดเลือกให้เป็นกรรมการบริษัทต่อผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทจะต้องแน่ใจว่าจะจัดสรรให้มีกรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหารอยู่ในคณะกรรมการบริษัทตามสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้มีองค์ประกอบของความเป็นอิสระอย่างเหมาะสม

    กรรมการอิสระ
    กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการผู้ซึ่งเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นอิสระจากความสัมพันธ์อื่นใดที่จะกระทบต่อการใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    • (1) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.75 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
    • (2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
    • (3) ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็น ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    • (4) ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง

      "ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ" ตามวรรคหนึ่ง รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติ เพื่อประกอบกิจการ การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม ค้ำประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้บริษัทฯ หรือคู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละสามของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ หรือตั้งแต่ยี่สิบล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้ การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าว ให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างหนึ่งปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน
    • (5) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
    • (6) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และ ไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
    • (7) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    • (8) ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือ ถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    • (9) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
    • (10) ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสระที่มีลักษณะเป็นไปตามข้อ (1) - (9) แล้ว กรรมการอิสระอาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบขององค์คณะ (collective decision) ได้
    • (11) ในกรณีที่เป็นบุคคลที่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพเกินมูลค่าที่กำหนดในข้อ (4) หรือ (6) ให้บุคคลดังกล่าวได้รับการผ่อนผันข้อห้ามการมีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพเกินมูลค่าดังกล่าว หากคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาตามหลักในมาตรา 89/7 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แล้วมีความเห็นว่า การแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความเห็นที่เป็นอิสระ และจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ในวาระพิจารณาแต่งตั้งกรรมการอิสระ
      หากกรรมการอิสระโต้แย้งการดำเนินการใดๆ ที่คณะกรรมการบริษัทจะดำเนินการ เหตุผลที่ใช้ในการโต้แย้งควรจะได้รับการบันทึกไว้ในรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทด้วย กรรมการอิสระอาจจะขอให้ที่ปรึกษาภายนอกเข้าช่วยกรรมการอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ได้โดยบริษัทจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างที่ปรึกษาดังกล่าว

    กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
    คุณสมบัติระหว่างกรรมการที่เป็นผู้บริหารซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทกับกรรมการที่ไม่เป็น ผู้บริหารและไม่เป็นพนักงานของบริษัทควรจะแตกต่างกันในบางกรณี เช่น คุณสมบัติของกรรมการบริษัทที่จะได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยอื่นที่คณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งขึ้น
  5. จำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนสามารถไปดำรงตำแหน่ง
    กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นได้ แต่ทั้งนี้ ในการเป็นกรรมการดังกล่าวต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการของบริษัท

    สำหรับจำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนสามารถไปดำรงตำแหน่งกรรมการได้นั้น คณะกรรมการสนับสนุนให้กรรมการพิจารณาจำกัดไว้ที่จำนวนไม่เกิน 5 บริษัทจดทะเบียน

    ("บริษัทจดทะเบียน" หมายถึง บริษัทที่มีหุ้นสามัญจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

โครงสร้างและวิธีดำเนินการของคณะกรรมการบริษัท
  1. การปฐมนิเทศและให้ความรู้แก่กรรมการบริษัท
    กรรมการบริษัททุกคนควรได้รับการฝึกอบรมที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ากรรมการบริษัทมีความคุ้นเคยกับธุรกิจและแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท นอกจากนี้ การอบรมเพิ่มเติม ในบางเรื่อง เช่น กฎหมายใหม่ที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท กฎระเบียบและความเสี่ยงทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ควรจะจัดให้มีขึ้นในโอกาสอันควร
  2. จำนวนสมาชิกในคณะกรรมการบริษัท
    จำนวนสมาชิกในคณะกรรมการบริษัทที่มีประสิทธิภาพที่สุดควรช่วยคณะกรรมการบริษัทในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการพิจารณาขอบเขตและลักษณะการดำเนินการของบริษัทในการดำเนินการตามข้อผูกพันตามสัญญา ในการจัดสรรผู้ที่จะได้รับคัดเลือกไปทำหน้าที่ต่างๆ อย่างเหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  3. วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท
    กรรมการบริษัทจะอยู่ในตำแหน่งเป็นระยะเวลาตามที่จะกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท คือ ไม่มีการกำหนดการสิ้นสุดวาระในการเป็นกรรมการบริษัท กำหนดการสิ้นสุดวาระขึ้นอยู่กับกรรมการบริษัทผู้นั้นว่าได้พัฒนาความรู้และความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทและธุรกิจด้านโทรคมนาคมมาเป็นอย่างดีเพียงใดในช่วงที่เป็นกรรมการบริษัทอยู่นั้นแล้ว แต่เมื่อไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง
  4. การดำรงสถานภาพเป็นกรรมการบริษัทต่อไปของอดีตประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ)
    เมื่อซีอีโอลาออกหรือเกษียณ ซีอีโอควรเสนอการลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทไปพร้อมกันด้วย แต่ซีอีโอจะดำรงสถานภาพเป็นกรรมการบริษัทต่อไปได้ หากคณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร (ภายหลังที่ได้ปรึกษากับคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการแล้ว) และภายในระยะเวลาสามปี นับแต่วันที่ลาออกหรือเกษียณ อดีตซีอีโอผู้นั้นไม่ถือว่าเป็นกรรมการอิสระ
ภาวะการเป็นผู้นำของคณะกรรมการบริษัท
  1. ประธานคณะผู้บริหาร
    ประธานคณะผู้บริหาร เป็นตำแหน่งทางการบริหารสูงสุดของบริษัทฯ และ เป็นตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท
    ประธานคณะผู้บริหาร ควรจะเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสที่ปฏิบัติงานอยู่เฉพาะในบริษัท หรือ บริษัทย่อย หรือ บริษัทอื่นๆ ที่บริษัทมีสัดส่วนการลงทุนสูงอย่างมีนัยสำคัญ ตราบเท่าที่การดำรงตำแหน่งนั้นไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท แต่หากเป็นกรณีนอกเหนือจากนี้ ต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการบริษัทเสียก่อน
    อำนาจหน้าที่ของประธานคณะผู้บริหาร มีดังต่อไปนี้
    • ดำเนินการให้มีการกำหนดทิศทางธุรกิจ พันธกิจ แผนธุรกิจ พร้อมทั้ง งบประมาณ และ นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติ
    • วางกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของบริษัทฯ ตามกรอบทิศทางธุรกิจและพันธกิจของบริษัทฯ ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
    • ควบคุมดูแลให้การดำเนินการตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ
    • กำกับ ดูแล และ ควบคุมการดำเนินธุรกิจประจำวันอันเป็นปกติธุระของบริษัทฯ รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามทิศทาง แผนธุรกิจ และ งบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
    • ควบคุมดูแลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
    • นำเสนอรายงานการดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัทฯ ต่อคณะกรรมการบริษัท
      อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหากคณะกรรมการมีการให้ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะแก่ฝ่ายบริหาร ประธานคณะผู้บริหารมีหน้าที่นำข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมการไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ
    • เข้าทำสัญญา หรือ ข้อตกลงต่างๆ และอนุมัติค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามขอบเขตที่กำหนดไว้ในนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติของบริษัทฯ เรื่อง Signing Authorityทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการเข้าทำรายการระหว่างกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ หรือ บริษัทย่อย จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
    • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  2. ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทและการทบทวนค่าตอบแทนดังกล่าว
    กรรมการบริษัทควรได้รับค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นการให้สิทธิประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทดีขึ้น อีกทั้งจะต้องพิจารณาถึงระดับความรับผิดชอบใน การเป็นสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยอื่นๆ และพันธะผูกพันในเรื่องเวลาที่อุทิศให้แก่บริษัท ค่าตอบแทนควรจะอยู่ระดับเดียวกับบริษัทอื่นๆ ที่มีสถานการณ์ใกล้เคียงกับบริษัท ค่าตอบแทนบางส่วนอาจจะอยู่ในรูปการให้หุ้น สิทธิการซื้อหุ้น หรือหลักทรัพย์อื่นๆ เพื่อที่จะให้กรรมการมีส่วนร่วมในผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของบริษัท แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือสัญญาและข้อพิจารณาทางการเงินอื่นๆ ด้วย
    คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการจะทบทวนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ การให้คำแนะนำแก่ผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการบริษัทจะมีขึ้นหลังจากที่ได้หารือกับคณะกรรมการบริษัท และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทแล้วเท่านั้น
  3. ค่าตอบแทนของประธานคณะผู้บริหารและการทบทวนค่าตอบแทนดังกล่าว
    ประธานคณะผู้บริหาร ควรได้รับค่าตอบแทนทั้งในลักษณะของค่าตอบแทนระยะสั้นและค่าตอบแทนระยะยาว ระดับค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือน ผลตอบแทนการปฏิบัติงาน และ ผลตอบแทนจูงใจในระยะยาว ควรมีความสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และ ผลการปฏิบัติงานของประธานคณะผู้บริหาร
    คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ เป็น ผู้ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานคณะผู้บริหาร เป็นประจำทุกปีเพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาทบทวนและกำหนดค่าตอบแทนของประธานคณะผู้บริหาร โดยใช้บรรทัดฐาน ที่ได้ตกลงกันล่วงหน้ากับประธานคณะผู้บริหาร ตามเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งรวมถึง ผลการปฏิบัติงานด้านการเงิน ผลงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การพัฒนาผู้บริหาร เป็นต้น และกรรมการอาวุโสที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการ เป็นผู้สื่อสารผลการพิจารณาให้ประธานคณะผู้บริหารทราบ
ความสัมพันธ์ของคณะกรรมการบริษัทที่มีต่อฝ่ายจัดการ
  1. การเข้าร่วมประชุมของผู้ที่มิใช่กรรมการบริษัทในการประชุมของคณะกรรมการบริษัทและ คณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการบริษัทยินดีให้สมาชิกอาวุโสของฝ่ายจัดการของบริษัทเข้าร่วมฟังการประชุมของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยได้ เพราะบุคคลดังกล่าวสามารถที่จะให้ข้อมูลเบื้องลึกเพิ่มเติมแก่เรื่องที่ที่ประชุมกำลังอภิปรายหรือหารือได้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่บุคคลเหล่านั้น มีความเกี่ยวข้องหรือมีความรู้เป็นการส่วนตัวอยู่ด้วย
  2. การรับรู้ข้อมูลบริษัทของคณะกรรมการบริษัทจากฝ่ายจัดการ
    คณะกรรมการบริษัทสามารถขอทราบข้อมูลจากสมาชิกของฝ่ายจัดการ รวมทั้งเอกสารและบันทึกของบริษัทได้อย่างไม่มีข้อจำกัด คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะสามารถขอข้อมูลจากฝ่ายจัดการ รวมทั้งเอกสารและบันทึกของบริษัทเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ โดยกรรมการบริษัทควรแจ้งให้ซีอีโอและฝ่ายจัดการที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้าถึงการติดต่อใดๆ กับฝ่ายจัดการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือกิจการของบริษัท เพราะกรรมการบริษัททุกคนทราบดีว่ากรรมการบริษัทมีหน้าที่ในการเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและกิจการของบริษัทไว้เป็นความลับอยู่แล้ว
  3. คณะกรรมการบริษัทและที่ปรึกษา
    คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ มีอำนาจและดุลพินิจที่จะว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกได้หลังจากที่ได้หารือกับฝ่ายจัดการ โดยบริษัทจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ขั้นตอนการประชุม
  1. การกำหนดและแจ้งวาระการประชุมของคณะกรรมการบริษัท
    คณะกรรมการบริษัทจะมีการประชุมกันอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง กรรมการบริษัทแต่ละคนสามารถเสนอหัวข้อที่จะกำหนดเป็นวาระในการประชุม นอกจากนี้ กรรมการบริษัทควรได้รับหนังสือเชิญประชุมและรายละเอียดของวาระการประชุมเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวันก่อนวันประชุม
  2. การนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
    กรรมการบริษัทควรได้รับข้อมูลประกอบการประชุมเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันประชุม ยกเว้นเรื่องที่เป็นความลับให้นำมาอภิปรายกันในที่ประชุม
  3. การติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการประชุม
    ผู้ถือหุ้นมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับแจ้งเรื่องที่เกี่ยวกับคณะกรรมการบริษัท ดังนั้น ก่อนการประชุมสามัญของผู้ถือหุ้นที่จะมีการคัดเลือกกรรมการบริษัท นอกจากข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ผู้จัดการประชุมควรเตรียมใบมอบฉันทะหรือข้อมูลต่างๆ เพื่อจะส่งให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคนตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หนังสือมอบฉันทะหรือข้อมูลต่างๆ ควรที่จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    • รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการระหว่างกรรมการบริษัทหรือบุคคลอื่นๆ ที่กรรมการบริษัทเสนอให้เป็น ผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทอีกครั้ง
    • รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกรรมระหว่างกรรมการกับบริษัท
    • ความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยของบริษัทกับบริษัทอื่นที่กรรมการบางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง
    • สมาชิกภาพและหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ คณะกรรมการด้านการเงิน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนคณะกรรมการชุดย่อยอื่นๆ ที่คณะกรรมการบริษัทจัดตั้งขึ้น
    • จำนวนครั้งที่คณะกรรมการบริษัทได้จัดประชุมขึ้นในปีที่ผ่านมา
    • รายละเอียดการถือหุ้นในบริษัทของกรรมการบริษัท
    • รายละเอียดเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการบริษัทรวมทั้งโครงการให้สิทธิซื้อหุ้น
    นอกจากนี้แล้ว หนังสือมอบฉันทะควรมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาว่า จำเป็นหรือเหมาะสมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้วิจารณญาณได้อย่างเหมาะสมในเรื่องที่นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติ ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนสามารถค้นหาได้จากเวบไซต์ของบริษัทที่ www.truecorp.co.th โดยคณะกรรมการบริษัทรับประกันว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะเปิดกว้างสำหรับผู้ถือหุ้นทุกคนและจะจัดประชุมในกรุงเทพมหานครเท่านั้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้ข้อมูลและใช้สิทธิที่มีอยู่ได้โดยสะดวก
  4. การจัดประชุมระหว่างกรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร
    กรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร สามารถที่จะประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น โดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารหรือฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุม เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการหรือเรื่องที่อยู่ในความสนใจ
คณะกรรมการชุดย่อยที่คณะกรรมการบริษัทจัดตั้ง
  1. คณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยดังนี้
    • คณะกรรมการตรวจสอบ
    • คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการ
    • คณะกรรมการด้านการเงิน
    • คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  2. การเลือกสรรคณะกรรมการชุดย่อย
    ประธานกรรมการบริษัทจะเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อมอบหมายให้กรรมการบริษัทบางคน ทำหน้าที่เป็นสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อย โดยคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาถึงหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อย ข้อกำหนดทางกฎหมายและตามสัญญา รวมทั้งประสบการณ์และ คุณสมบัติของกรรมการบริษัทแต่ละคน การเสนอแนะให้กรรมการบริษัทเป็นสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
  3. กฎบัตรว่าด้วยคณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะจะกำหนดและปฏิบัติตามกฎบัตรที่จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร คณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะจะเป็นผู้วางกรอบเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยนั้นๆ
เรื่องทั่วไปที่เกี่ยวกับคณะกรรมการชุดย่อย
  1. ความถี่และระยะเวลาที่ใช้ในการประชุม
    ประธานคณะกรรมการชุดย่อยจะปรึกษาหารือกับสมาชิกคณะกรรมการชุดย่อยนั้นๆ ในการกำหนดความถี่และระยะเวลาที่ใช้ในการประชุมคณะกรรมการชุดย่อย นอกจากกฎหมายหรือนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีฉบับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  2. วาระการประชุมของคณะกรรมการชุดย่อย
    ประธานคณะกรรมการชุดย่อยจะปรึกษาหารือกับสมาชิกของคณะกรรมการชุดย่อยนั้นๆ ก่อนที่จะกำหนดเป็นวาระการประชุม
  3. การสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่ของสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อย
    ถึงแม้ว่าการสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่ของสมาชิกและประธานคณะกรรมการชุดย่อยเป็นสิ่งที่ควรกระทำ อย่างไรก็ดี ไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนว่าเมื่อใดจะต้องมีการสับเปลี่ยนหน้าที่ของสมาชิกคณะกรรมการชุดย่อย ทั้งนี้ เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทต้องการให้เกิดความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงกรรมการคณะต่างๆ เพื่อให้กรรมการคณะต่างๆ ได้รับประสบการณ์และความรู้ที่หลากหลาย
  4. รายงานของคณะกรรมการชุดย่อยต่อคณะกรรมการบริษัท
    ประธานของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะจะจัดทำรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมของคณะกรรมการชุดย่อยนั้นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นครั้งคราวตามความสำคัญของแต่ละเรื่อง
การประเมินตนเองของคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยจะประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองเป็นรายปี

นโยบายเกี่ยวกับการเข้าทำรายการระหว่างกันและคุณธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน

กรรมการแต่ละคนมีหน้าที่ที่จะต้องสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการกระทำผิดข้อกำหนดเกี่ยวกับประเด็นเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการทำธุรกรรมกับบริษัท หน้าที่ดังกล่าวรวมถึง การป้องกันการดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีความได้เปรียบอันเป็นการทำให้ เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ

ธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จะรวมถึงเรื่องต่อไปนี้
  • ธุรกรรมที่กรรมการมีผลประโยชน์ส่วนตัว
  • ธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทกับอีกบริษัทหนึ่งที่กรรมการหรือครอบครัวของกรรมการมี ผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ หรือกับอีกบริษัทที่กรรมการของบริษัทเป็นกรรมการอยู่ในบริษัทนั้น
  • ธุรกรรมที่เป็นการแย่งชิงโอกาสทางธุรกิจของบริษัท
คณะกรรมการบริษัทหวังว่ากรรมการจะใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบเมื่อจะต้องพิจารณาว่าธุรกรรมใดขัดต่อหน้าที่ในการสร้างความไว้วางใจหรือไม่

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาว่ากรรมการบางคนและผู้ถือหุ้นบางรายอาจจะมีผลประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจโทรคมนาคมหรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น กรรมการอาจเข้าทำสัญญาหรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ โดยปฏิบัติตาม “ระเบียบในการเข้าทำรายการระหว่างกัน” ซึ่ง ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว

คณะกรรมการบริษัทส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการนำคุณธรรมและข้อพึงปฎิบัติในการทำงานมาใช้กับพนักงานทุกคนของบริษัท ซึ่งคุณธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานครอบคลุมถึงนโยบายที่สำคัญอันเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ ความโปร่งใสและการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งของผลประโยชน์กับบริษัท คุณธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานกำหนดให้พนักงานทุกคนรับผิดชอบเพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานสูงสุดในการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขัน ผู้มีส่วนได้เสียและรัฐบาล

บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
  1. สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ
    คณะกรรมการดูแลสิทธิตามที่กฎหมายกำหนดของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ (Stakeholders) และประสานประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อให้ Stakeholders มั่นใจว่าสิทธิดังกล่าวได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติด้วยดี ทั้งนี้ บริษัทได้จัดทำ “คุณธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน” ซึ่งได้กำหนดข้อพึงปฏิบัติของพนักงานต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขัน เจ้าหนี้ ผู้ลงทุน และหน่วยงานของรัฐ
  2. การแจ้งเบาะแสการกระทำมิชอบ
    บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทรวมทั้งผู้มีส่วนได้เสีย สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำ มิชอบต่างๆ ให้กับคณะกรรมการตรวจสอบได้โดยตรง
  3. ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
    บริษัทประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงความสำคัญของปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ในด้านสังคมนั้น บริษัทมุ่งเน้นไปในด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่สังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยมาจัดทำโครงการด้านการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย เพื่อส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศ

    สำหรับในด้านสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบให้มีการจัดทำนโยบายในการดูแล สังคมและสิ่งแวดล้อม และได้มีมติรับรองนโยบายดังกล่าว ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “นโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม”