แถลงผลประกอบการ
ประจำปี 2559
9 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น.
  Print This   Email This  

  อีเมล์รับข่าวสาร

หากคุณต้องการรับข่าวสารจากทางบริษัท
 นโยบาย
สิ่งแวดล้อม

เจตจำนง

กลุ่มทรู มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดำเนินงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการตามแนวทางเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Operation Eco-Efficiency) ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน

หลักการพื้นฐาน

  1. กลุ่มทรูยึดมั่นในการจัดการเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) อย่างเป็นระบบ โดยมีองค์ประกอบหลัก ดังนี้
    • การวางแผนเพื่อเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy Planning)โดยนำประเด็นสิ่งแวดล้อมมาเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผน และออกแบบกระบวนการทำงาน การก่อสร้าง เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดช่วงชีวิตผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Life Cycle Assessment : LCA)
    • การดำเนินการเศรษฐกิจสีเขียว (Green Operation) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร โดยดำเนินการดังนี้
      (1) ลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่างๆ (Reduce)
      (2) การใช้ซ้ำ (Reuse)
      (3) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)
      (4) การจัดการของเสียที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
    • การสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในองค์กร (Green Conscience) และความร่วมมือในการจัดการเศรษฐกิจสีเขียวร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (Green Network)
  2. กลุ่มทรูยึดมั่นในหลักสากล 10 ประการของสหประชาชาติ United Nations Global Compact (UNGC) โดยเข้าร่วมเป็นภาคีของ UNGC และในการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยนำหลัก 3 ประการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้ UNGC มาสู่การปฏิบัติงาน ดังนี้
    • สนับสนุนแนวทางการระแวดระวังในการดำเนินงานที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
    • อาสาจัดทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการยกระดับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
    • ส่งเสริมการพัฒนาและการเผยแพร่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  3. กลุ่มทรูตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร และปรับปรุงผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยนำมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมาตรฐานระบบจัดการพลังงาน ISO 50001 มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานขององค์กร
  4. กลุ่มทรูตระหนักถึงผลกระทบของการใช้พลังงานและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจขององค์กร ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้เข้าร่วมโครงการ Caring for Climate ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดย UN Global Compact, UN Environment Programme และสำนักเลขาธิการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ซึ่งกลุ่มทรูมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามหลักการร่วมกันของโครงการ Caring for Climate อย่างเป็นรูปธรรม

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

  1. ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด (Legal & Regulatory Compliance)
    ด้านสิ่งแวดล้อม ข้อกำหนดของลูกค้า และข้อกำหนดอื่นที่สอดคล้องอย่างต่อเนื่อง
  2. การจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System) และการจัดการพลังงาน (Energy Management System)
    นำหลักการตามมาตรฐานสากล อาทิ ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมาตรฐานระบบจัดการพลังงาน ISO 50001 มาประยุกต์ใช้ให้เป็นระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบจัดการพลังงานของหน่วยงานอย่างเป็นระบบ
  3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Operation Eco-Efficiency)
    ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการเชิงนิเวศเศรษฐกิจของ 4 ดัชนีชี้วัดหลัก ได้แก่ การใช้พลังงาน การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้น้ำ และของเสีย ด้วยวิธีการลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการจัดการของเสีย
  4. การติดตามประสิทธิผลและรายงานผลการดำเนินงาน
    มีการติดตามวัดและทวนสอบความถูกต้องของข้อมูล ดัชนีชี้วัด ประสิทธิผลการดำเนินงาน และรายงานผลเพื่อให้เกิดการปรับปรุงผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
  5. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ (New Products and Services Development)
    นำหลักการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดช่วงชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
  6. การสร้างนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Innovation)
    ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมที่สามารถส่งเสริม สนับสนุนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่สังคมในวงกว้าง และร่วมดูแลรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
  7. การสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในองค์กร
    การปลูกจิตสำนึกของคนในองค์กรให้ตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอบรมให้ความรู้และพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงาน
  8. การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก
    กำหนดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างพันธมิตรในการสร้างเครือข่ายโดยร่วมกันพัฒนากระบวนการ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  9. การเลือกที่ตั้งโครงการและการบริหารโครงการ (Site Selection and Project Management)
    กำหนดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในกระบวนการเลือกที่ตั้งโครงการ ออกแบบ ก่อสร้าง การทดสอบ และการจัดการโครงการ สำหรับโครงการใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  10. การทำ Due Diligence ในการควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions: M & A)
    กำหนดให้มีการทำ Due Diligence ด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเพื่อดำเนินธุรกรรมการควบรวมกิจการ เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
  11. การคัดเลือกผู้รับเหมาและผู้จำหน่าย (Contractor and Supplier)
    กำหนดให้มีการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ให้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมาและผู้จำหน่าย
ความปลอดภัยของข้อมูล

กลุ่มทรูยึดมั่นที่จะบริหารจัดการด้านการรักษาข้อมูลความเป็นส่วนตัว และปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดรัดกุม เพื่อรักษาข้อมูลของลูกค้าให้ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และโปร่งใส

1) ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทยึดมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของลูกค้าและผู้คนโดยรอบด้วยการเติมเติมไล้ฟสไตล์ที่ครบวงจร มีเป้าหมายหลักเพื่อจัดสรรสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยรวบรวมข้อมูลลูกค้า ให้รับรู้และเข้าใจผู้บริโภคให้ดีขึ้น และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการดำเนินงาน

อย่างไรก็ดี บริษัทตระหนักดีว่าการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ และบริษัทให้ความเคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้าเช่นกัน จึงได้กำหนดเป้าหมายในการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าด้วยความโปร่งใส

นโยบายด้านการรักษาข้อมูลและด้านความปลอดภัยของข้อมูลจะครอบคลุมตั้งแต่ ช่องทางการจัดเก็บข้อมูล รูปแบบของข้อมูลที่จัดเก็บ วัตถุประสงค์ที่บริษัทนำข้อมูลไปใช้ การแบ่งปันขอมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น ตลอดจนวิธีการที่บริษัทดำเนินการปกป้องข้อมูลลูกค้า โดยขอบเขตของนโยบายนี้ มีผลบังคับใช้กับบริษัทในเครือ และบริษัทคู่สัญญาทุกบริษัทของกลุ่มทรู

ช่องทางการจัดเก็บข้อมูล
ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทจัดเก็บ มีดังนี้

  • เมื่อลูกค้าสมัครใช้บริการของกลุ่มทรู
  • เมื่อลูกค้าใช้บริการและเครือข่ายของกลุ่มทรู
  • เมื่อลูกค้าติดต่อกับศูนย์บริการลูกค้าของกลุ่มทรู
  • เมื่อลูกค้าตอบรับคำร้องขอของกลุ่มทรู
  • เมื่อลูกค้าเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มทรู
  • เมื่อลูกค้าใช้สิทธิประโยชน์ตามโครงการความจงรักภักดีต่อกลุ่มทรู อาทิ True Card, TrueYou, True Point และ True Bonus

รูปแบบของข้อมูลที่จัดเก็บ
ข้อมูลที่บริษัทจัดเก็บจากลูกค้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

  • ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เลขที่บัตรประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง ที่อยู่ เลขที่บัญชีธนาคารและข้อมูลบัตรเครดิต เลขที่อุปกรณ์สื่อสาร device และเลขที่ IP address
  • ข้อมูลประวัติการใช้งาน และเลขหมายที่ใช้ติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางติดต่อต่างๆ เช่น ศูนย์บริการทางโทรศัพท์ และอีเมล์ รวมถึงคำถามหรือบริการที่ลูกค้าร้องขอ
  • ข้อมูลการใช้บริการ เช่น เวลาและระยะเวลาที่ใช้งาน จำนวนครั้งที่รับสายและโทรออก เป็นต้น
  • ข้อมูลสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้า เช่น การใช้สิทธิประโยชน์ในโครงการความจงรักภักดี สินค้าและบริการราคาพิเศษ และช่องทางพิเศษในการติดต่อสอบถามกับบริษัท

การนำข้อมูลไปใช้งาน

  • การนำข้อมูลไปใช้ในการดำเนินการ เช่น สร้างออเดอร์ลูกค้าและชำระเงิน การส่งมอบและติดตั้งอุปกรณ์
  • การค้นคว้าวิจัยทางการตลาด เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะนำไปออกแบบสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
  • นำเสนอสินค้า รางวัล และสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ในรูปแบบที่ลูกค้าสนใจ และเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า

การแบ่งปันข้อมูลให้บุคคลอื่น

การใช้ข้อมูลลูกค้าโดยส่วนใหญ่จะนำไปใช้ภายในองค์กร ส่วนกรณีการนำข้อมูลค้าไปให้บุคคลที่สามนั้น บริษัทจะอนุญาตให้กระทำได้อย่างจำกัดและภายใต้มาตรฐานการรักษาข้อมูลความลับสูงสุด ตัวอย่างของบุคคลที่สาม ได้แก่ ผู้ตรวจสอบซึ่งเข้ามาตรวจสอบด้านการเงิน และเอเจนซี่วิจัยตลาดซึ่งจะเข้ามาทำการวิจัยด้านการตลาด เป็นต้น

การปกป้องข้อมูล

บริษัทยึดมั่นในเรื่องการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลอย่างสูงสุด และมีการนำมาตรฐานต่างๆ มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • นำระบบดูแลรักษาความปลอดภัยทางเทคนิคที่เข้มงวด เข้ามาปกป้องการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด
  • จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบข้อมูลที่เข้มงวด และกำหนดขั้นตอนการขออนุมัติสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานอย่างเคร่งครัด
  • จัดให้มีการลงนามรักษาความลับทุกครั้งก่อนอนุมัติให้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลลูกค้า

บริษัทมุ่งมั่นอย่างมากที่จะบริหารจัดการด้านการปกป้องข้อมูลลูกค้าสูงสุด จึงได้นำมาตรฐานในการพัฒนาและรักษาความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้ามาใช้ โดยปฏิบัติตามแนวทางที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าว ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานด้านระบบการบริหารความปลอดภัยของข้อมูล ISO/IEC 27001 และมีการตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกเป็นประจำ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในระบบที่มีประสิทธิภาพของบริษัท และเชื่อมั่นได้ว่าข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการดูแลปกป้องจากบริษัท

การเคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากกับการเคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า โดยลูกค้าสามารถเลือกที่จะไม่รับบริการข้อมูลทางการตลาดได้ทุกช่องทางการติดต่อ และเมื่อปฏิเสธการรับข้อมูลดังกล่าว ลูกค้าจะยังคงได้รับข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับบริการ เช่น การแจ้งเตือนเรื่องการบริการ เช่นเดิม

2) ความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทยึดมั่นเรื่องระบบคุณภาพที่ใช้ในการบริหารความมั่นคงปลอดภัยสำหรับสารสนเทศ (Information Security Management: ISM)โดยปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 27000 อย่างเคร่งครัด ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Information Security Steering Committee : ISSC) โดยมีประธานคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารที่ดูแลด้าน Information Technology ของบริษัทรวม 2 ท่าน คือ

  • นายเรืองไกร รังสิพล Director Information Technology Operations และ
  • นายพิชิต ธันโยดม Director Information Technology Development

บริษัทมีนโยบายด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจและการให้บริการลูกค้าของบริษัทเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งมีนโยบายหลักด้วยกัน 7 นโยบาย ครอบคลุมลูกค้า ผู้รับเหมา คู่ค้าธุรกิจ ผู้ให้บริการ และบริษัทในเครือ ดังนี้

  1. Information Security Policy
  2. Information and Classification Handling Policy
  3. Information Security in Project Management Policy
  4. System Access Control Policy
  5. IT Law and Regulation Policy
  6. Approve Encryption Method Work Instruction Policy
  7. Using Production Data Work Instruction Policy

นอกจากนี้บริษัทยังมีระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการอย่างรัดกุมตามนโยบาย Information and classification handling ด้วยการกำหนดจัดชั้นความลับของกลุ่มข้อมูลในระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเสถียรภาพด้วยกันทั้งหมด 4 ชั้น ได้แก่

  1. Public data เป็นชั้นข้อมูลที่สามารถเผยแพร่สู่สาธารณชน
  2. Internal use data เป็นชั้นข้อมูลที่ใช้ภายในองค์กรเท่านั้น
  3. Confidential data เป็นชั้นข้อมูลที่ใช้ได้ในกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นผู้กำหนดการเข้าถึงข้อมูลให้ใช้ได้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น
  4. Secret data เป็นชั้นข้อมูลที่เป็นความลับ อาทิ ฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัททั้งหมด ซึ่งจะถูกจัดชั้นอยู่ในชั้นข้อมูลกลุ่มนี้

พนักงานทุกคนให้ความสำคัญเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าเป็นความลับ และไม่นำข้อมูลไปแจกจ่ายโดยพลการ หากพนักงานคนใดไม่ปฏิบัติตามจะมีมาตรการลงโทษตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ใน คุณธรรม และขอพึงปฏิบัติในการทำงาน (Code of conduct)

สิทธิมนุษยชน

หลักการ

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือกลุ่มทรู ในฐานะผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม และเป็นผู้นำด้านธุรกิจคคอนเวอร์เจนซ์ ตระหนักดีถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน จึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของการทำงานและการอยู่ร่วมกัน โดยได้กำหนดเรื่องของคุณธรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมอันพึงประสงค์ในองค์กร ทั้งนี้มั่นใจได้ว่าวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัทและวิถีการปฏิบัติงานของพนักงานอยู่บนหลักการเคารพเกียรติและศักดิ์ศรีซึ่งกันและกันอย่งเท่าเทียม

บริษัทสนับสนุนและเคารพสิทธิมนุษยชนตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย กฎระเบียบและข้อบังคับมาตรฐานทั้งระดับประเทศและสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (United Nations Universal Declaration of Human Rights : UNDHR) รวมทั้ง United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights United Nations Global Compact และปฏิญญาว่าด้วยหลักการ และสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (The International Labor Organization (ILO) Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบมาโดยตลอด

ขอบเขต

นโยบายฉบับนี้ใช้กับการดำเนินธุรกิจของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รวมทั้งคู่ค้าธุรกิจเพื่อโดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับการระบุว่ามีความสำคัญในลำดับต้นๆ ต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน

นิยาม

บริษัท หมายถึง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จากัด (มหาชน) หรือ กลุ่มทรู

บริษัทย่อย หมายถึง บริษัทที่กลุ่มทรูถือหุ้นในสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 50 และมีอำนาจควบคุม

พนักงาน หมายถึง พนักงานและคนงานทุกระดับของบริษัท

คู่ค้าธุรกิจ หมายถึง ผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ รวมถึงผู้รับเหมาแรงงานและบริการ

แนวทางปฏิบัติ

เพื่อส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งองค์กร และสร้างความมั่นใจว่าพนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มจะได้รับการปฏิบัติ ปกป้อง และเคารพสิทธิพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม บริษัทจึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับทั้งพนักงานและบริษัท ตลอดจนคู่ค้าและหุ้นส่วนธุรกิจไว้ ดังนี้

  • ในฐานะนายจ้าง บริษัทไม่เลือกปฏิบัติและห้ามการเลือกปฏิบัติต่อพนักงานหรือผู้สมัครงานบนพื้นฐานของอายุ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ ชาติพันธุ์ เพศ สีผิว ศาสนา ประเทศที่มา สถานะพลเมือง รสนิยมทางเพศ สถานภาพการสมรส และจะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างมีศักดิ์ศรีและความเคารพต่อชีวิตส่วนตัว
  • ให้แน่ใจได้ว่าการจ้างงานโดยบริษัทนั้นถือเป็นเสรีภาพที่สามารถเลือกได้
  • ยึดถือเสรีภาพในการรวมตัวและสิทธิของบุคคลในการที่จะมีตัวแทนเป็นองค์กรแรงงานที่ตนเลือกตามที่กฎหมายอนุญาต
  • ให้ค่าตอบแทนที่สอดคล้องหรือเกินมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมาย
  • ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยจำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงาน รวมทั้งการจ่ายค่าล่วงเวลา
  • สนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่จะนำไปสู่การขจัดการใช้แรงงานบังคับหรือไม่สมัครใจและแรงงานเด็ก โดยจะนำมาเป็นหนึ่งในมาตรการคัดเลือกและบริหารจัดการคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ห้ามกระทำการใดๆ ที่อาจสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีลักษณะข่มขู่หรือไม่เป็นมิตร รวมทั้งการทำร้ายร่างกายหรือล่วงละเมิดทั้งด้วยวาจา ลายลักษณ์อักษร ทางกายและจิตใจ ข่มขู่หรือข่มเหง เพราะวิธีการเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับการเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
  • เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนกฎหมาย ข้อตกลงและแนวปฏิบัติทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องว่าด้วยสิทธิมนุษยชนโดยเคร่งครัด
  • ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยให้ทุกหน่วยงานมีหน้าที่กำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน
  • พัฒนาช่องทางการสื่อสารแบบสองทางเพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติตนต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหา แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน ในกรณีมีเหตุการณ์หรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบข้อมูลหรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน หลังจากที่ได้รับแจ้งจากพนักงานหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมรายงานต่อคณะผู้บริหารระดับสูงเพื่อดำเนินการพัฒนาหรือการแก้ไขที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน

เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการทำประโยชน์ต่อสังคม บริษัทยังคงส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ อาทิ การส่งเสริมสิทธิด้านการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ผ่านโครงการทรูปลูกปัญญาและโครงการอื่นๆ เป็นการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน

ในฐานะคู่ค้าด้านการสื่อสารโทรคมนาคม บริษัทจะขายสินค้าและให้บริการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และส่งเสริมความโปร่งใสเช่นเดียวกับระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ใช้ในประเทศอธิปไตยทั่วโลก

ในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ บริษัทจะรักษามาตรฐานสูงสุดทางด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ศักดิ์ศรีส่วนบุคคล และการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับกฎ ระเบียบต่างๆ ทั้งกับคู่ค้า ผู้รับเหมาและหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยคาดหวังว่ากลุ่มเหล่านี้จะปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน

บริษัทจะกำชับให้คู่ค้าและผู้รับเหมาเคารพสิทธิมนุษยชน ด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบว่าด้วยสิทธิมนุษยชนต่างๆ อย่างเคร่งครัด และกำชับให้เคารพกฎหมายและกฎระเบียบเหล่านี้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ส่งเสริมสนับสนุนให้คู่ค้าธุรกิจมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพซึ่งกันและกัน พัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความมุ่งมั่นต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนของบริษัทได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านนโยบายการบริหารจัดการด้านต่างๆ ที่สำคัญของบริษัท อาทิ

  • นโยบายกำกับดูแลกิจการ
  • จริยธรรมสำหรับพนักงาน
  • นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม
  • นโยบายด้านการจ้างงานและบริหารแรงงาน
  • นโยบายการบริหารความหลากหลายและยอมรับในความแตกต่าง

นอกจากนี้บริษัทจะส่งต่อนโยบายนี้ให้แก่คู่ค้าธุรกิจเพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารและจัดการต่างๆ เพื่อป้องกันการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการดำเนินงานที่อาจก่อให้เกิดหรือเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในฐานะพลเมืองที่ดีบริษัทจะเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติและมาตรฐานว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนตั้งกิจการ พร้อมทั้งจะดำเนินธุรกิจและการค้าขายสอดคล้องกับอนุสัญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

การบริหารจัดการข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในเจตนารมณ์ของบริษัทตามหลักปรัชญา “3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน (ต่อประเทศ ประชาชน และบริษัท)” ในการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมเสมอภาค โดยการให้เกียรติ รวมทั้งการให้โอกาสควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการดูแลชุมชนและสังคม บนพื้นฐานของความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกันอย่างรับผิดชอบ และการเคารพสิทธิพื้นฐานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียมกัน สอดคล้องกับแนวทางสากลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืน

การดูแลคู่ค้าธุรกิจ

ร่วมงานกับกลุ่มทรู

กลุ่มทรูเป็นผู้ให้บริการด้านการสื่อสารครบวงจรและมุ่งตอบสนองลูกค้าเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นผู้ให้บริการหนึ่งเดียวของประเทศที่สามารถให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ระบบสื่อสารไร้สาย อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบดิจิทัลทีวี และเป็นผู้นำสินค้าและบริการด้านเนื้อหาต่างๆ อย่างหลากหลาย นอกจากยังมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในด้านบริการคุณภาพ การสร้างสรรค์ เพื่อเป็นหนึ่งในใจผู้ใช้บริการ

การที่กลุ่มทรูจะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดได้นั้น เพราะเรามีความมุ่งมั่นให้ผู้ใช้บริการได้ใช้สินค้าและบริการโทรคมนาคมที่ล้ำสมัยใช้งานง่าย ในขณะเดียวกันก็มีความรับผิดชอบต่อสังคม คงหลักธรรมาภิบาล สร้างสรรค์ผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการลงทุนในอนาคตของเรา

เป้าหมายของกลุ่มทรู

ประโยชน์สูงสุดในการจัดซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทคู่ค้า โดยยึดหลักดังนี้

  • จัดหาบุคลากรมืออาชีพ ที่มีความเชี่ยวชาญสูง
  • มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อตั้งแต่เริ่มต้น
  • ประสานงานภายในบริษัท และกลุ่มบริษัทในเครือ เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง
  • ข้อมูลตลาดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านแนวโน้มทางตลาด และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
  • ปรับความสมดุลระหว่างการเจรจาต่อรอง และความร่วมมือที่ดีกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง
  • สินค้าและบริการที่สั่งซื้อ ต้องมีคุณภาพและตอบสนองวัตถุประสงค์ของการสั่งซื้อ
  • ลดต้นทุนระยะยาวของสินค้าและบริการโดยพิจารณาทุกปัจจัย ตั้งแต่คุณภาพสินค้า การบำรุงรักษา การใช้งาน และการกำจัดของที่เลิกใช้
  • หมั่นปรับปรุงในเรื่องของต้นทุน ความคุ้มค่าของสินค้า และความพึงพอใจของลูกค้า รวมทั้งสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมความคิดริเริ่มและการแข่งขัน

การเลือกคู่ค้าที่ดี

บริษัทยึดมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับคู่ค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท โดยมีการปฏิบัติดังนี้

  • สรรหาและร่วมงานกับบริษัทคู่ค้าที่ดีที่สุดในตลาด
  • ทำให้กลุ่มทรูเป็นลูกค้าที่บริษัทคู่ค้ายินดีที่จะร่วมงานด้วย
  • สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบริษัทคู่ค้า
  • สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบริษัทคู่ค้าโดยให้ความเห็นอย่างเปิดเผย จริงใจ และพร้อมรับความเห็นจากบริษัทคู่ค้าเช่นกัน
  • ส่งเสริมบริษัทคู่ค้าให้ใช้มาตรฐานและนโยบายที่เทียบเท่ากับกลุ่มทรู
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและสร้างงานที่มีคุณค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน

วิธีการจัดซื้อ

บริษัทสั่งซื้อสินค้าและบริการหลายประเภทในปริมาณมากจากบริษัทคู่ค้าที่หลากหลาย ดังนั้นจึงต้องมีการจัดลำดับความสำคัญในการสั่งซื้อ โดยพิจารณาจากคุณค่า ความจำเป็น และปัจจัยทางธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การสั่งซื้อแต่ละครั้งมีความแตกต่างกัน จึงได้ประยุกต์วิธีการสั่งซื้อในแต่ละครั้งให้มีความเหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดังนี้

  • เรียกข้อเสนอจากบริษัทคู่ค้าอย่างน้อย 3 ราย หรือในกรณีจาเป็นน้อยกว่าหากมีบริษัทคู่ค้าน้อยราย
  • เจรจาต่อรองอย่างเปิดเผยกับบริษัทคู่ค้า หรือบริษัทที่นาเสนอสินค้าคราวละ 1 ราย หรือมากกว่า
  • จัดให้มีการเสนอราคาอย่างเป็นทางการ ถึงแม้จะมีผู้ร่วมเสนอราคาน้อยราย
  • มีการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบริษัทคู่ค้า เพื่อเรียนรู้ปัญหาและโอกาสทางธุรกิจ
  • ใช้วิธีที่ยืดหยุ่นในการทาสัญญา ทั้งในเรื่องโครงสร้าง เวลา และรายละเอียดของสัญญา

ทั้งนี้บริษัทมีความมุ่งมั่นสรรหาวิธีการจัดหาสินค้าและบริการที่ให้คุณค่าสูงสุดบนแนวทางที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้บริษัทคู่ค้าเข้าใจความต้องการของบริษัทอย่างถ่องแท้ และเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความยุติธรรม โดยมีการประชาสัมพันธ์วัตถุประสงค์อย่างสม่ำเสมอ

บริษัทมีความเชื่อว่า การจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพเกิดจากการทำงานเป็นทีม โดยผสมผสานทักษะและการใช้ทรัพยากรของทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ทั้งฝ่ายจัดซื้อและเจ้าของงบประมาณซึ่งเป็นลูกค้าภายใน (ฝ่ายลูกค้า) โดยมีหน้าที่ชัดเจนในแต่ละขั้นตอนของการจัดซื้อ ดังนี้

ลักษณะงาน ผู้ดำเนินงาน ผู้สนับสนุน
1. เริ่มแผนการธุรกิจ จัดสรรงบประมาณ และกำหนดเงื่อนไขทางเทคนิค ฝ่ายลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อ
2. เก็บรักษาข้อมูลทางเทคนิคของสินค้า และศักยภาพของบริษัทคู่ค้า ฝ่ายลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อ
3. เก็บรักษาความรู้เกี่ยวกับสภาพตลาดของสิ่งที่ต้องการซื้อ รวมทั้งประเด็นใหม่ๆ เกี่ยวกับการค้าและโอกาสทางธุรกิจ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายลูกค้า
4. พัฒนากลยุทธ์ด้านการจัดหาตลาดของสินค้า แผนการจัดซื้อ และทางเลือกของแหล่งสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายลูกค้า
5. กำหนดรายละเอียดมาตรฐานของสินค้าหรือบริการที่ต้องการ ฝ่ายลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อ
6. เสาะหารับข้อเสนอจากบริษัทคู่ค้าที่มีความเป็นไปได้ รวมทั้งเป็นผู้นำในการเจรจา ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายลูกค้า
7. วิเคราะห์ข้อเสนอของบริษัทคู่ค้าในเชิงเทคนิค ฝ่ายลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อ
8. อนุมัติการทำสัญญาตามเงื่อนไขของงบประมาณหรือเงินทุน ฝ่ายลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อ
9. ทำสัญญากับบริษัทคู่ค้า ฝ่ายลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อ
10. ควบคุมให้การทำสัญญาเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายลูกค้า
11. ตรวจตราการส่งสินค้าและประสิทธิภาพของบริษัทคู่ค้า ในเรื่องเกี่ยวกับ :
- ประสิทธิภาพทางเทคนิค ฝ่ายลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อ
- ประสิทธิภาพทางธุรกิจ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายลูกค้า
12. จัดระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเปล่า และสามารถชำระเงินแก่บริษัทคู่ค้าได้ตรงตามเวลาที่กำหนด ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายลูกค้า

ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ

ในกระบวนการดำเนินงานนั้นนอกจากต้องทำความเข้าใจหน้าที่ของทุกคนในขึ้นตอนการจัดซื้อแล้ว บริษัทคู่ค้าต้องเข้าใจขั้นตอนการตัดสินใจของเราด้วย โดยข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดของการอนุมัติจัดซื้อ อาจจะไม่มีการแจ้งให้ทราบ เช่น

  • ลูกค้าภายในของกลุ่มทรูเท่านั้น ที่มีอำนาจกำหนดข้อตกลงในการสั่งซื้อ
  • ฝ่ายจัดซื้อของกลุ่มทรูเท่านั้น ที่อำนาจตกลงกับบริษัทคู่ค้า
  • ลูกค้าภายในของกลุ่มทรูหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ที่จะสามารถยืนยันความพอใจในสินค้าและบริการจากบริษัทคู่ค้า
  • ฝ่ายการเงินท่านั้น ที่จะสามารถสั่งจ่ายเงินแก่บริษัทคู่ค้า

การชำระเงินแก่ลูกค้า

นโยบายการชำระเงินของกลุ่มทรูขึ้นอยู่กับเงื่อนไข หรือข้อตกลงตามสัญญาซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะเศรษฐกิจ หรือสภาวะของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยจะไม่ชำระก่อนเวลาที่ได้ตกลงไว้ ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลทางธุรกิจที่เหมาะสม โดยการชำระเงินนั้นจะเป็นไปตามเงื่อนไข หรือข้อตกลงตามสัญญาที่ได้กำหนดไว้ภายหลังจากได้รับใบแจ้งหนี้จากคู่ค้าของเราแล้ว

หลักจรรยาบรรณการทำงาน

พนักงานในกลุ่มทรูทุกคนควรมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การจัดซื้อให้อยู่ภายใต้หลักจรรยาบรรณ โดยยึดมั่นในสิ่งต่อไปนี้

  • ไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทและบริษัทคู่ค้า
  • วางตัวให้เป็นกลางต่อบริษัทคู่ค้าและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพในการจัดซื้อและมีมาตรฐานที่ทำให้มั่นใจได้ว่าบริษัทคู่ค้าได้รับโอกาสเท่าเทียมกันในตลาดการค้า ดำเนินธุรกิจด้วยความชอบธรรม รวมถึงการจัดสรรค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส
  • ปฏิเสธการเสนอของขวัญ ของกำนัล ยกเว้นการแจกที่ใช้ในการส่งเสริมการขาย ที่มีชื่อหรือสัญลักษณ์ของบริษัทคู่ค้าหรือสิ่งที่ให้ในโอกาสทำขึ้นเพื่อแจกทั่วไป เช่น แจกลูกค้าในงานเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
  • ปฏิเสธ หรือไม่เรียกร้อง หรือรับสินน้ำใจจากบริษัทคู่ค้าไม่ว่าในรูปตัวเงิน ทรัพย์สิน หรือการช่วยเหลือพิเศษอื่นใดซึ่งขัดต่อกฎระเบียบบริษัท กฎหมายไทย และกฎหมายประเทศอื่นๆ
  • ปฏิเสธการเสนอเลี้ยงอาหาร หรือความบันเทิงในรูปแบบอื่นๆ ยกเว้น เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มทรูกับบริษัทคู่ค้า
  • แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของตนทราบทันที หากเกิดข้อขัดแย้งระหว่างพนักงานและบริษัทคู่ค้า
  • ส่งเสริมแนวคิดและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร อันนำไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตามกลุ่มทรูมุ่งหวังให้บริษัทคู่ค้ารักษามาตรฐานการทำงานเดียวกันนี้โดยตลอด

การปฏิบัติต่อบุคลากร

บริษัทให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อบุคลากรอย่างเป็นธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน จึงคาดหวังให้บริษัทคู่ค้าให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว โดยมีการดำเนินการดังต่อไปนี้

  • บริษัทคู่ค้าจะปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสากลด้านแรงงานว่าด้วยอายุขั้นต่ำในการจ้างงาน และจะไม่ให้แรงงานผู้เยาว์ทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและพัฒนาการ รวมถึงส่งผลกระทบต่อการศึกษาภาคบังคับ
  • บริษัทคู่ค้าจะไม่กระทำหรือสนับสนุนให้มีการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบและจะไม่เรียกเก็บเงินหรือเอกสารประจำตัวใดๆ ของพนักงาน เว้นแต่เป็นการดาเนินการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย
  • บริษัทคู่ค้ากำหนดชั่วโมงการทำงานปกติไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและดูแลให้ชั่วโมงการทางานล่วงเวลาให้เป็นไปตามกฎหมาย
  • บริษัทคู่ค้าจะจ่ายค่าจ้าง ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน และจะไม่หักค่าจ้างพนักงานไม่ว่ากรณีใดๆ เว้นแต่ที่กฎหมายยกเว้นไว้
  • บริษัทคู่ค้าจะเคารพในความแตกต่างและปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เอื้อประโยชน์หรือลิดรอนสิทธิของพนักงานอย่างไม่เป็นธรรม อันมีสาเหตุมาจากเชื้อชาติ สัญชาติ เผ่าพันธุ์ สีผิว ต้นตระกูล ศาสนา สถานะทางสังคม เพศ อายุ ความพิการหรือทุพพลภาพ การตั้งครรภ์ ภาวะความเจ็บป่วย ทหารผ่านศึก การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน แนวคิดทางการเมืองตลอดจนสถานภาพเกี่ยวกับการสมรส

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ

การเติบโตของบริษัทต้องควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงานของบริษัทรวมถึงบริษัทคู่ค้า ดังนั้น กลุ่มทรูจึงมุ่งหวังให้บริษัทคู่ค้ายึดถือหลักปฏิบัติเดียวกัน ในการปฏิบัติด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการกัน ดังนี้

  • จัดให้มีสภาวะแวดล้อม เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมถึงการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย
  • กำหนดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย มีการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานและมีมาตรฐานทางเทคนิคอื่นๆ ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดแก่พนักงาน ตลอดจนไม่เกิดการหยุดชะงักในกระบวนการทำงาน

สิ่งแวดล้อม

เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มทรูจึงมุ่งหวังให้บริษัทคู่ค้ายึดถือหลักปฏิบัติเดียวกัน โดยปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ประเมินสินค้าบนพื้นฐานของต้นทุนระยะยาว โดยพิจารณารายละเอียดของสินค้า การจัดซื้อ การใช้ประโยชน์ การดูแลรักษา การทิ้งเมื่อเลิกใช้ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ และความเป็นไปได้ที่จะลดปริมาณการใช้ นำกลับมาใช้ซ้ำหรือดัดแปลงวัสดุเพื่อกลับมาใช้ใหม่
  • ปฏิบัติตามกฎหมายทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นเกี่ยวกับการควบคุมมลภาวะ มาตรฐานการจัดการวัตถุอันตรายหรือของเสียมีพิษ การจัดเก็บทำลายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกฎหมายด้านน้ำเสีย อากาศเสียและขยะทั่วไป
  • สร้างความเข้าใจแก่พนักงานในเรื่องผลกระทบของสินค้าและบริการที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และหาวิธีการเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิตของสินค้า
  • มีส่วนร่วมในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การนำเข้าและส่งออก

ในการนำเข้าสินค้า บริษัทจะเน้นใช้หลักเกณฑ์ DDP (Delivery Duty Paid) เป็นหลัก โดยคู่ค้าจะต้องเป็นผู้รับภาระในการนำเข้าสินค้าทั้งหมด ยกเว้นมีเงื่อนไขพิเศษจึงจะใช้รูปแบบการนำเข้าแบบอื่น โดยจะต้องปฏิบัติตาม หรือกำชับให้บริษัทคู่ค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติที่ถูกต้องของกรมศุลกากร ส่วนการส่งออกของเราจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมศุลกากรด้วย

*รายละเอียดในคู่มือนี้อาจมีการเปลี่ยนตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ภาษี

หลักการ

กลุ่มทรูตระหนักดีว่า “ภาษี” มีความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงมีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจแล้ว แต่ยังมีความสำคัญต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม กลุ่มทรูจึงให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการด้านภาษี โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

นิยาม

กลุ่มทรู หมายถึง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

แนวทางปฏิบัติ

กลุ่มทรูถือปฏิบัติตามข้อกำหนดของประมวลรัษฎากรและกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งบริหารจัดการการใช้สิทธิประโยชน์ตามข้อกำหนดของกฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับในการเปิดเผยข้อมูลทางภาษีต่อเจ้าหน้าที่รัฐหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ ยังทำหน้าหน้าที่รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าหน้าที่รัฐและลูกค้า โดยมีหน่วยงานภาษี ซึ่งมีบุคลากรทีมีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำแก่บริษัทเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งทำหน้าที่ติดตามนโยบายหรือแนวความคิดของภาครัฐ เพื่อวางแผน และบริหารจัดการด้านภาษี เพื่อก้าวให้ทันต่อสภาพสภาพการแข่งขันทางธุรกิจ และสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง โดยการแจ้งข้อมูล ความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ๆ ได้อย่างถูกต้อง